ปากกาทิร์เซพาไทด์ Tirzepatide Pen 10mg

ปากกาฉีดทิร์เซพาไทด์ในกรุงเทพฯ: คืออะไร ออกฤทธิ์อย่างไร และใช้อย่างไร

ทิร์เซพาไทด์ (Tirzepatide) เป็นหนึ่งในยาที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในด้านการจัดการน้ำหนักทางการแพทย์ บทความนี้อธิบายว่าปากกาฉีดทิร์เซพาไทด์คืออะไร ออกฤทธิ์อย่างไร มีจำหน่ายในประเทศไทยหรือไม่ และใช้อย่างไรภายใต้การดูแลของแพทย์ เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการปรึกษาแพทย์ได้

ปากกาฉีดทิร์เซพาไทด์คืออะไร

ปากกาฉีดทิร์เซพาไทด์เป็นอุปกรณ์ฉีดยาแบบบรรจุยาสำเร็จรูป ใช้ฉีดยาทิร์เซพาไทด์สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ยาที่รู้จักกันมากที่สุดคือ มูนจาโร (Mounjaro) พัฒนาโดยบริษัทอีไล ลิลลี่ ทิร์เซพาไทด์อยู่ในกลุ่มยาใหม่ที่ออกฤทธิ์ต่อตัวรับฮอร์โมนในลำไส้ 2 ชนิด ได้แก่ GLP-1 (glucagon-like peptide-1) และ GIP (glucose-dependent insulinotropic polypeptide) ขณะที่ยากลุ่ม GLP-1 รุ่นก่อนออกฤทธิ์เพียงตัวรับเดียว

ปากกาฉีดทิร์เซพาไทด์ออกฤทธิ์อย่างไร

ทิร์เซพาไทด์เลียนแบบฮอร์โมนธรรมชาติ 2 ชนิดที่ลำไส้หลั่งออกมาหลังรับประทานอาหาร ฮอร์โมนเหล่านี้ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ความอยากอาหาร และการเผาผลาญ โดยในทางปฏิบัติ ยาจะ:

  • ลดความอยากอาหารและความอยากกินจุกจิก โดยออกฤทธิ์ต่อบริเวณของสมองที่ควบคุมความหิวและความอิ่ม
  • ชะลอการเคลื่อนของอาหารออกจากกระเพาะ ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้นหลังมื้ออาหาร
  • ช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ยานี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นอันดับแรก

การศึกษาทางคลินิกพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับการคัดเลือกและใช้ยาร่วมกับการควบคุมพลังงานจากอาหารและการออกกำลังกายที่เพิ่มขึ้น มีน้ำหนักตัวและตัวชี้วัดด้านเมตาบอลิซึมดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล และยานี้ไม่สามารถทดแทนพฤติกรรมสุขภาพที่ดีได้

ทำไมปากกาฉีดทิร์เซพาไทด์จึงช่วยในการจัดการน้ำหนัก

การควบคุมน้ำหนักเกี่ยวข้องกับฮอร์โมน สมอง และระบบย่อยอาหาร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความตั้งใจเพียงอย่างเดียว เนื่องจากทิร์เซพาไทด์ออกฤทธิ์ต่อกลไกฮอร์โมน 2 ทาง จึงช่วยให้รับประทานอาหารน้อยลงได้ง่ายขึ้นโดยไม่หิวตลอดเวลา ในการศึกษา SURMOUNT-1 ซึ่งทำในผู้ใหญ่ที่มีภาวะอ้วน ผู้ที่ได้รับยาในขนาดสูงมีน้ำหนักตัวลดลงในสัดส่วนที่มากเมื่อเทียบกับยาหลอกตลอด 72 สัปดาห์ ผลลัพธ์ของแต่ละคนขึ้นอยู่กับขนาดยา สุขภาพ การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และระยะเวลาที่ได้รับการรักษา

ทิร์เซพาไทด์เหมือนกับมูนจาโรหรือไม่

ไม่ใช่ทั้งหมด ทิร์เซพาไทด์คือตัวยาสำคัญ ส่วนมูนจาโรคือชื่อการค้าของผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนซึ่งมีตัวยานี้เป็นส่วนประกอบ ส่วนอีกชื่อการค้าหนึ่งคือเซปบาวด์ (Zepbound) ใช้ในสหรัฐอเมริกาสำหรับการจัดการน้ำหนัก ในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนคือมูนจาโร

ประเด็นนี้สำคัญ เพราะผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการควบคุมซึ่งขายทางออนไลน์ในชื่อ “ทิร์เซพาไทด์” รวมถึงยาที่ผสมเองหรือแบ่งบรรจุใหม่ อาจไม่เหมือนกับยาที่ขึ้นทะเบียนและอาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ควรใช้บริการจากคลินิกที่ได้รับอนุญาตและช่องทางจัดหายาที่ถูกกฎหมายเท่านั้น

ปากกาฉีดทิร์เซพาไทด์มีในประเทศไทยหรือไม่

มี มูนจาโร (ทิร์เซพาไทด์) เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยปลายเดือนพฤษภาคม 2568 โดยบริษัทซูลลิก ฟาร์มา และขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หลายขนาด (2.5 มก. ถึง 15 มก.) ยานี้เป็นยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ จึงสามารถรับยาได้หลังจากการประเมินทางการแพทย์โดยแพทย์ที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น

ตามข้อบ่งใช้ที่ขึ้นทะเบียน ยานี้ใช้เพื่อการจัดการน้ำหนักในผู้ใหญ่ที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป หรือตั้งแต่ 27 ขึ้นไปร่วมกับโรคหรือภาวะที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนัก เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ [ชื่อคลินิก] กรุงเทพฯ แพทย์จะตัดสินว่าการรักษาเหมาะสมกับคุณหรือไม่ หลังจากทบทวนประวัติสุขภาพ ตรวจร่างกาย และตรวจเลือด

ใช้ปากกาฉีดทิร์เซพาไทด์อย่างไร

  • ความถี่: ฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ในวันเดียวกันของทุกสัปดาห์
  • เวลา: ฉีดได้ทุกเวลาของวัน ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้
  • ตำแหน่งที่ฉีด: หน้าท้อง ต้นขา หรือต้นแขนด้านบน และสลับตำแหน่งในแต่ละสัปดาห์
  • วิธีฉีด: ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง ทีมงานของเราจะสอนวิธีใช้ปากกาฉีดในการพบครั้งแรก
  • กรณีลืมฉีด: โดยทั่วไปสามารถฉีดได้ภายใน 4 วันหลังวันที่กำหนด หากเกินกว่านั้นให้ข้ามไปและกลับมาฉีดตามกำหนดปกติ
  • การเก็บรักษา: เก็บปากกาฉีดในตู้เย็น (2 ถึง 8 °C) ในสภาพอากาศร้อนอย่างกรุงเทพฯ ควรทำตามเอกสารกำกับยาเกี่ยวกับระยะเวลาที่เก็บที่อุณหภูมิห้องได้

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น: ที่พบบ่อยที่สุดคือคลื่นไส้ ท้องเสีย ท้องผูก อาเจียน และไม่สบายท้อง ซึ่งมักเด่นชัดช่วงเริ่มยาหรือเพิ่มขนาดยา ในบางกรณีที่พบน้อยอาจเกิดปัญหาร้ายแรง เช่น ตับอ่อนอักเสบและโรคถุงน้ำดี ควรติดต่อแพทย์ทันทีหากมีอาการปวดท้องรุนแรงหรือต่อเนื่อง อาเจียนซ้ำ ๆ หรือมีสัญญาณของภาวะขาดน้ำ

ผู้ที่ไม่ควรใช้ยา: ผู้ที่มีประวัติส่วนตัวหรือประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งไทรอยด์ชนิด medullary หรือ MEN 2 และผู้ที่ตั้งครรภ์หรือวางแผนจะตั้งครรภ์ นอกจากนี้ ทิร์เซพาไทด์อาจลดประสิทธิภาพของยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรับประทาน และแพทย์อาจปรับแผนการรักษาหากคุณใช้อินซูลินหรือยากลุ่มซัลโฟนิลยูเรีย นี่คือเหตุผลที่ต้องเริ่มจากการปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ

แนวทางขนาดยาปากกาฉีดทิร์เซพาไทด์

การรักษาจะเพิ่มขนาดยาทีละน้อยเพื่อให้ร่างกายปรับตัวได้ดีขึ้น ตารางมาตรฐานตามฉลากยามีดังนี้

ขั้นตอน ขนาดยาต่อสัปดาห์ ระยะเวลา
ขนาดเริ่มต้น 2.5 มก. 4 สัปดาห์ (เพื่อเริ่มการรักษา ไม่ใช่ขนาดยาคงที่)
เพิ่มขนาดครั้งแรก 5 มก. อย่างน้อย 4 สัปดาห์
เพิ่มขนาดต่อไป 7.5 มก. 10 มก. 12.5 มก. เพิ่มทีละ 2.5 มก. ห่างกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์ หากจำเป็น
ขนาดสูงสุด 15 มก. ขนาดสูงสุดตามฉลาก

ขนาดยาคงที่ที่พบบ่อยคือ 5 มก. 10 มก. หรือ 15 มก. สัปดาห์ละครั้ง แพทย์จะเลือกขนาดยาตามการตอบสนองและความสามารถในการทนต่อยาของคุณ และอาจคงขนาดยาหรือลดขนาดยาหากผลข้างเคียงรบกวน ห้ามปรับขนาดยาเอง และห้ามใช้ปากกาฉีดร่วมกับผู้อื่น

สิ่งที่คุณจะได้รับที่ [ชื่อคลินิก] กรุงเทพฯ

  1. การปรึกษาและประเมินทางการแพทย์ กับ [ชื่อแพทย์/วุฒิการศึกษา]
  2. การตรวจพื้นฐาน ตามความจำเป็น (เช่น น้ำตาลในเลือด การทำงานของไตและตับ)
  3. แผนการรักษาเฉพาะบุคคล ครอบคลุมยา โภชนาการ และการออกกำลังกาย
  4. การติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดูความคืบหน้าและปรับการรักษา

 

คำถามที่พบบ่อย

ซื้อปากกาฉีดทิร์เซพาไทด์ในประเทศไทยโดยไม่มีใบสั่งแพทย์ได้หรือไม่

ไม่ได้ ยานี้เป็นยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ และควรรับจากคลินิกหรือร้านยาที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

หากหยุดยาแล้วน้ำหนักจะกลับมาหรือไม่

การกลับมาของน้ำหนักหลังหยุดยาพบได้บ่อย จึงควรมีแผนระยะยาวร่วมกับแพทย์

ยานี้เหมาะเฉพาะผู้ที่ต้องลดน้ำหนักมากเท่านั้นหรือไม่

ยานี้มีไว้สำหรับผู้ที่เข้าเกณฑ์ทางการแพทย์ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น แพทย์จะประเมินว่าเหมาะกับคุณหรือไม่

ตรวจสอบทางการแพทย์โดย [ชื่อแพทย์ วุฒิการศึกษา] เมื่อ [วันที่] หน้านี้ให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ได้

ปากกาฉีดเปปไทด์บางประเภทที่จำหน่ายในท้องตลาดมีการผสมสารกับตัวทำละลายไว้เรียบร้อยแล้วก่อนส่งถึงลูกค้า

ผู้รับสินค้าอาจไม่ทราบแน่ชัดว่าสารนั้นถูกผสมตั้งแต่เมื่อใด หรือมีการควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสมตลอดระยะเวลาการจัดเก็บและขนส่งหรือไม่

ThailandSlim Dual-Chamber Pen มีการออกแบบที่แตกต่างออกไป

ระบบ Dual-Chamber จะแยกสารและตัวทำละลายไว้ในคนละช่องภายในคาร์ทริดจ์ จนกว่าจะถึงขั้นตอนการเปิดใช้งาน

ผู้ใช้จึงสามารถมองเห็นกระบวนการผสมได้ด้วยตนเองในขณะเปิดใช้งานปากกา

จุดเด่นของระบบ Dual-Chamber

  • มองเห็นขั้นตอนการผสม — สามารถสังเกตการผสมภายในคาร์ทริดจ์ได้
  • แยกส่วนประกอบก่อนใช้งาน — สารและตัวทำละลายอยู่แยกกันจนถึงขั้นตอนการผสม
  • ทราบเวลาที่เริ่มผสม — ไม่ต้องคาดเดาว่าสารถูกผสมไว้ตั้งแต่เมื่อใด
  • ตรวจสอบด้วยสายตาได้ — คาร์ทริดจ์แบบใสช่วยให้สังเกตลักษณะของสารระหว่างการเตรียมได้

See the Mixing. Know When It Happens.

มองเห็นการผสม มั่นใจได้ว่าเกิดขึ้นเมื่อใด

การออกแบบแบบ Dual-Chamber ช่วยเพิ่มความโปร่งใสในขั้นตอนการเตรียมสาร แต่ไม่ได้เป็นการรับประกันความปลอดภัย ความปราศจากเชื้อ หรือความคงตัวของผลิตภัณฑ์ และไม่ได้หมายความว่าสามารถขนส่งหรือจัดเก็บโดยไม่ควบคุมอุณหภูมิได้

การจัดเก็บและการใช้งานต้องเป็นไปตามข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบสำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด

}
}
]
}

Scroll to Top